ยาแผนโบราณ ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 หมายถึงยาที่ใช้ในการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ หรือบำบัดโรคซึ่งอยู่ในตำรายาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศหรือยาที่รัฐมนตรีประกาศ เป็นยาแผนโบราณ หรือยาที่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับยาเป็นยาแผนโบราณ ตามความหมายดังกล่าวข้างต้น สาระสำคัญของยาแผนโบราณคือ ยาที่ใช้ในการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ ซึ่งเป็นยาที่อาศัยความรู้จากตำราหรือเรียนสืบต่อกันมา อันมิใช่การศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์และยาแผนโบราณที่ยอมรับของกฎหมายยาจะต้องปรากฏในตำรายาที่รัฐมนตรีประกาศ หรือเป็นยาที่รัฐมนตรีประกาศหรือรับขึ้นทะเบียนเท่านั้น
ประเภทของยาแผนไทย
- ยาไทยในบัญชียาหลัก สำหรับประเภทยาไทยในบัญชียาหลักนั้น จะถูกบรรจุจากประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติเรื่อง บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2555 ประกาศ ณ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555 โดยตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2556 ได้จัดหมวดหมู่ระหว่าง “ยาแผนไทย” และ “ยาแผนโบราณ” อยู่ในหมวดเดียวกัน และทั้งนี้บัญชียาหลักแห่งชาติ ได้ระบุให้ยาแผนไทย ขึ้นในทะเบียนบัญชียาจากสมุนไพร โดยมีประเภทดังนี้ ยารักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ยารักษากลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร ยารักษากลุ่มอาการทางสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา ยาแก้ไข้ ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจ ยาบำรุงโลหิต ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก และยาบำรุงธาตุ ปรับธาตุ
- ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ยาสามัญประจำบ้านของสมุนไพรนั้น ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้กำหนดความหมายของ ยาสามัญประจำบ้าน คือ “ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้าน” และยาสามัญประจำบ้านจึงสามารถกล่าวได้ว่าเป็นประเภทยาที่กระทรวงสาธารณะสุขได้พิจารณาไว้ว่าเป็นยาที่เหมาะสม ในการให้ประชาชนควรจะซื้อมารักษาอาการเบื้องต้น ในกรณีที่เจ็บป่วยเล็กน้อย ซึ่งยาสามัญประจำบ้านมีความปลอดภัยสูง และข้อกำหนดในการใช้ยาสามัญประจำบ้านจะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสามารถสังเกตได้ชัดเจน มีข้อกำหนดด้านอายุ ปริมาณในการใช้กำกับเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยา หากไม่มีแพทย์หรือเภสัชคอยควบคุม ยาสามัญประจำบ้านประชาชนจึงสามารถหาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาแผนปัจจุบัน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายต่อการใช้งาน
- ยาที่ผลิตใช้ของคลินิกหรือสถานพยาบาล คลินิกหรือสถานรักษาพยาบาล ที่ได้เปิดการรักษาแบบเฉพาะทาง เช่นการเปิดการรักษาในรูปแบบศาสตร์ยาแผนไทย หรือ แพทย์แผนไทยประยุกต์นั้น ยาที่ผลิตใช้ของคลินิกจะได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมการบัญชียา โดยการปรุงขึ้นเองและนำไปขึ้นทะเบียน เพื่อใช้ภายในคลินิกหรือสถานรักษาพยาบาลและเป็นลิขสิทธิ์ของคลินิกเท่านั้น
- ยาต้มที่ใช้ในครัวเรือน ยาต้ม รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ ยาหม้อ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ได้กำหนดความหมายของ ยาหม้อ คือ “ยาไทยที่ประกอบด้วยสมุนไพร กระดูกสัตว์ และเครื่องยาอื่น ๆ ใส่หม้อต้มแล้วกินน้ำที่เคี่ยวจนงวดเพื่อบำบัดโรค” ซึ่งลักษณะเด่นของยาต้มนั้นคือ การใช้สมุนไพร หรือ พืชวัตถุ กระดูกสัตว์ หรือ สัตววัตถุ แล้วใช้กรรมวิธีบดแห้ง แล้วใส่น้ำเพื่อต้ม จนเป็นที่มาของชื่อ ยาต้ม หรือ ยาหม้อ ที่มาจากวัสดุในการต้ม โดยการตั้งยานั้น จะมีการคำนวณทั้งส่วนที่พร่อง ส่วนที่เกิน ด้วยการปรับลดและเพิ่มสมุนไพร ส่วนใหญ่สมุนไพรสรรพคุณจะแปลไปตามรสชาติของยา เช่น รสเค็มจะเป็นการขับเมือกมัน การคำนวณตั้งยาผู้คำนวณคือแพทย์แผนไทย ทั้งกระบวนการชั่ง ตวง วัด เพื่อให้ และการปรุงรส เพื่อให้ได้อัตราส่วนของยาและรสที่เหมาะสม เพื่อได้ผลในการรักษา ทำให้แพทย์แผนไทยเป็นศาสตร์ที่ประกอบด้วยทั้งศาสตร์และศิลป์
