เด็กเล็กนั้นมีโอกาสเกิดโรคตาเด็กได้ง่ายมาก ๆ และยิ่งมีการใช้แสงจากหน้าจอที่มากเกินไปยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคตาเด็กอย่าง ตาขี้เกียจในเด็ก ได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งโรคนี้ถือเป็นโรคในเด็กเล็กที่พ่อแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดอาการถาวรพ่อแม่ควรสังเกตอาการของเด็กและให้เด็กได้รับการรักษา ซึ่งวันนี้เราจะพามาเรียนรู้โรคนี้ว่าเป็นอย่างไร สาเหตุการเกิดรวมไปถึงวิธีแก้ปัญหา หากอยากรักษาอย่างทันท่วงที เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันก่อนดีกว่า
ตาขี้เกียจในเด็กเป็นอย่างไร
ตาขี้เกียจในเด็ก คือโรคตาเด็กที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุ 1 – 7 ปี โดยอาการของโรคเด็กจะมีการมองเห็นที่ผิดปกติ อาจจะมองไม่ชัด มีความพร่ามัว ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถรักษาให้หายได้หากรักษาภายในอายุ 7 ปี มีโอกาสหายได้ 100% แต่หากรักษาหลังอายุ 7 ปีอาจจะรักษายากกว่าและมีโอกาสไม่หายถาวรได้ ดังนั้นพ่อแม่ของเด็กควรสังเกตอาการของเด็กเป็นประจำในการใช้สายตาทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่น อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เป็นต้น เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที
สาเหตุของโรค
โดยปกติแล้วสาเหตุของโรคจะเกิดจากการที่เด็กใช้สายตามากเกินไปจนทำให้เกิดอาการทางสายตาต่าง ๆ เช่น ตาเข ตาเหล่ สายตาสั้น ยาวและเอียงไม่เท่ากันหรือโรคทางตาที่ทำให้การมองเห็นลดลง เช่น หนังตาตก โรคต้อกระจก เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ล้วนเกิดจากการให้เด็กเพ่งสายตากับแสงมากเกินไป ตาขี้เกียจในเด็กจึงเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าหากให้เด็กอยู่กับหน้าจอมากเกินไป
การรักษาโรค
การรักษาโรคนั้นส่วนใหญ่แพทย์จะเป็นคนวางแผนการรักษาให้เด็กแต่ละคน โดยมีหลากหลายวิธีเช่น กระตุ้นให้เด็กใช้สายตาข้างที่มีอาการ อาจจะปิดตาข้างที่ปกติไว้ เป็นต้น ให้เด็กใส่แว่นในกรณีที่เด็กสายตาสั้น ยาวหรือเอียงหรือหากเป็นโรคหนังตาตกหรือต้อกระจกก็สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ด้วยเช่นกัน ข้อสำคัญคือการเลือกโรงพยาบาลที่ปลอดภัยเพื่อให้เด็กได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
วิธีป้องกันและถนอมสายตา
หากพ่อแม่ไม่อยากให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดตาขี้เกียจในเด็กหรือหากเด็กกำลังเข้ารับการรักษา ก็สามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงให้เด็กอยู่กับหน้าจอมากเกินไป พาเด็กไปเล่นนอกบ้านรับแสงธรรมชาติ ให้เด็กได้อ่านหนังสือหรือทำการบ้านในห้องที่แสงเพียงพอไม่จ้าหรือมืดเกินไป ที่สำคัญไม่ให้เด็กใช้งานโทรศัพท์มากจนเกินพอดี นอกจากจะทำให้เสี่ยงเกิดโรคทางตาแล้ว ยังทำให้เด็กติดโทรศัพท์เสี่ยงโรคอื่น ๆ ตามมาด้วย พ่อแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้เด็กได้เกิดพัฒนาการ มีการเรียนรู้และใช้สายตาอย่างพอดี
การให้เด็กได้ใช้สายตาที่พอดีนั้นสำคัญมาก ๆ เพราะการให้เด็กอยู่กับหน้าจอมากเกินไปอาจทำให้เสี่ยงเกิดตาขี้เกียจในเด็กหรือโรคทางตาอื่น ๆ ได้ ดังนั้นผู้เป็นพ่อแม่ควรใส่ใจสุขภาพตาของเด็ก พาไปตรวจสุขภาพตาประจำปี จัดพื้นที่ให้น่าอยู่ หลีกเลี่ยงแสงจากหน้าจอ เพียงเท่านี้เด็กก็จะมีการใช้สายตาที่พอดีและมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่เหมาะสม อย่าลืมว่าสุขภาพกายและใจของลูกสำคัญอันดับแรกเสมอ
